กู้เงินนอกระบบ

กู้เงินนอกระบบ

กู้เงินนอกระบบ

 

กู้เงินนอกระบบกู้เงินนอกระบบ กระอักกันถ้วนหน้า

การกู้เงินนอกระบบ แบบที่เรียกว่า “ค่าบริการเงินด่วนเอื้ออาทร” แบบไฮเทค ไม่เพียงทำให้ผู้กู้ต้องรับภาระ 2 ด้าน ทั้งค่าบริการเงินด่วน และค่าดอกเบี้ยบวกค่าธรรมเนียมมหาโหด (หากจ่ายช้า) จากเจ้าของบัตร มันยังส่งผลกระทบอื่นๆอีกมาก

เนื่องจากสินค้าถูกลดต้นทุน เพราะภาระส่วนหนึ่งไปตกกับผู้กับเงินด่วนแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโน้ตบุ๊คตัวหนึ่ง ราคา 100,000 บาท ผู้กู้เงินด่วนต้องจ่าย 120,000 บาท ต้นทุนโน้ตบุ๊คตัวนี้จะอยู่ที่ 80,000 บาท เจ้าของร้านสามารถเอากำไรได้นิดหน่อย เช่นตั้งราคาขายที่ 90,000 บาท ก็สามารถตีตลาดร้านอื่นๆได้แล้ว ตีได้แม้แต่ดีลเลอร์

จากธุรกิจดังกล่าว แม้แต่ดีลเลอร์ยังกระอักเลือด แทบไม่สามารถขายสินค้าได้เลย ช่วงแรกที่ธุรกิจประเภทนี้เริ่มบูม ดีลเลอร์ยังพอได้ประโยชน์บ้าง เพราะซื้อจากดีลเลอร์มาปล่อยร้านเล็ก แต่ในปัจจุบันร้านค้าขายเอง-ซื้อเอง

เจ้าของร้านคอมฯ ย่านรังสิตที่ไม่ได้เข้าร่วมธุรกิจนี้บ่นให้ฟัง
“ร้านเราไม่ค่อยได้ขายอะไรแล้วพี่ นานๆจะหลงมาสักที ลูกค้าที่ไหนก็อยากได้ของถูก เขาก็ไปร้านพวกนั้นหมด ใช้ชื่อร้านต่างๆกัน แต่เป็นเครือข่ายกันทั้งนั้น เรายังไม่กล้าที่จะทำแบบนั้น มันเหมือนการทุจริต ไม่ได้ขายของจริงๆ ก็มีคำเตือนมาจากบริษัทบัตรว่า ต้องขายของจริงๆ ห้ามแลกเป็นเงินสด แต่ก็ยังเห็นทำกันอยู่ แต่ไม่โจ่งแจ้งเท่านั้น”

เมื่อเดินไปสอบถามที่ร้านที่ว่า ไม่มีใครให้คำตอบ แต่หนุ่ม ร้านขายเทปข้างๆให้ข้อมูลว่า “อ้าว เขาไม่ได้ให้บริการเงินด่วนแล้วหรือ เมื่อก่อนยังมีป้ายปิดอยู่เลย สงสัยว่าคงเอาป้ายออกไปแล้วมั้ง พี่ลองไปถามดูอีกทีซิ”

ไม่ไกลกันนัก หน้าตู้ชำระเงินด่วนสีม่วง คิวยาวเหยียด มีทั้งนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง และผู้ใช้บริการซึ่งดูแล้วไม่น่าจะมีรายได้มากเท่าบิลจำนวนมากที่เขาถืออยู่ในมือ
บรรยากาศแบบนี้กำลังกระจายไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ และอีกไม่ช้าก็คงครอบคลุมทุกหัวระแหง

อันตราย กู้เงินด่วน มีสิทธิติดคุก
ในการติดตามทวงหนี้ บ่อยครั้งที่มักจะมีการอ้างว่า หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้จะเอาตำรวจไปจับบ้าง จะดำเนินคดีอาญา เอาลูกหนี้เข้าคุกบ้าง ทำให้ลูกหนี้หลายรายที่ไม่รู้กฎหมายกลัวว่าจะถูกจับ จึงต้องดิ้นรนไปกู้หนี้มาจ่ายหนี้ จนกลายเป็นดินพอกหางหมู

หากได้รับคำขู่ในลักษณะนี้อย่าได้ตกใจ เพราะ การกู้เงินโดยปกติทั่วไป การผิดนัดชำระหนี้ เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ไม่ต้องกลัวติดคุกติดตะราง “กรณีที่จะต้องเสี่ยงคุกตะรางก็คือ ไปจ่ายเช็คเด้งให้เจ้าหนี้” กับอีกกรณีที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษก็คือ การไปกู้เงินด่วนนอกระบบ ประเภทที่ติดโฆษณาตามเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ ว่ากู้ปุ๊บ ได้เงินปั๊บ หากมีบัตรผ่อนสินค้าของบริษัทต่าง ๆ

วิธีการของธุรกิจหนี้นอกระบบพวกนี้ ก็คือ เมื่อลูกหนี้ที่เดือดร้อนต้องการใช้เงินสดด่วน ติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่โฆษณาไว้ เจ้าหนี้ก็จะนัดหมายให้ไปพบเพื่อทำการกู้ยืมเงิน โดยสถานที่นัดพบมักจะเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือขายโทรศัพท์มือถือ

เบื้องต้น เจ้าหนี้ก็จะขอหมายเลขบัตรผ่อนสินค้า เพื่อตรวจสอบเครดิตที่ลูกค้าได้รับและยอดเงินคงเหลือ ตัวอย่างเช่น ลูกหนี้ต้องการเงินสดสัก 20,000 บาท ถ้ามียอดเงินคงเหลือที่บริษัทบัตรสินเชื่อ A อนุมัติให้ได้อยู่ที่ 30,000 บาท เจ้าหนี้ก็จะให้ลูกหนี้ทำสัญญา แต่แทนที่จะเป็นสัญญากู้ยืมเงินกันธรรมดา เจ้าหนี้พวกนี้กลับให้ลูกหนี้ทำสัญญาเช่าซื้อสินค้าแทน

เนื้อหาในสัญญาจะระบุว่าลูกหนี้ได้เช่าซื้อสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งในร้านไปในราคา 30,000 บาท โดยมีบริษัทบัตรสินเชื่อ A เป็นผู้ให้เช่าซื้อ และลูกหนี้มีหน้าที่ต้องผ่อนค่าเช่าซื้อเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 10 เดือน ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีการเช่าซื้อสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น

หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อเรียบร้อย เจ้าหนี้ก็จะมอบเงินสดให้ลูกหนี้ 20,000 บาท หักไว้ 10,000 บาท เป็นค่าดำเนินการและดอกเบี้ยล่วงหน้า 10 เดือน ซึ่งคำนวนแล้วลูกหนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยส่วนนี้ สูงถึงร้อยละ 50 ในช่วงเวลาแค่ 10 เดือน

จากนั้น ลูกหนี้ก็มีหน้าที่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อกับบริษัท A ทุกเดือน ถ้าผ่อนครบก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าลูกหนี้เกิดหมุนเงินไม่ทัน ขาดส่งค่าเช่าซื้อสัก 2-3 งวด บริษัท A ก็จะเริ่มทวงสินค้าคืน ถึงตรงนี้ลูกหนี้ก็อาจจะงงว่าเคยไปเช่าซื้อสินค้าอะไรกับบริษัท A เพราะสินค้าหน้าตาเป็นยังไงก็ไม่เคยเห็น เห็นแต่สัญญาเช่าซื้ออย่างเดียว แล้วจะเอาสินค้าที่ไหนไปคืนบริษัท

จุดนี้เองที่ ลูกหนี้มีโอกาสเสี่ยงที่จะต้องติดคุก เพราะการเช่าซื้อ ตามหลักกฎหมาย ตราบใดที่ผู้เช่าซื้อยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ก็ยังเป็นของบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ ส่วนผู้เช่าซื้อเป็นได้แค่ผู้ครอบครองและมีสิทธิใช้สอยทรัพย์เท่านั้น ดังนั้น หากไม่มีสินค้าไปคืน บริษัท ก็จะแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหายักยอกทรัพย์

ในมุมของเจ้าหนี้ การปล่อยกู้ในลักษณะนี้ แทบจะไม่มีความเสี่ยงเลย เพราะเงินที่ให้ลูกหนี้กู้ไปก็เป็นเงินของบริษัทสินเชื่อ และถ้าจะมีปัญหาเบี้ยวหนี้กันภายหลัง ก็เป็นเรื่องที่บริษัทสินเชื่อจะไปตามทวงหนี้กับลูกหนี้เองตามสัญญาเช่าซื้อที่ทำขึ้นมาหลอก ๆ เจ้าหนี้นอนกินดอกเบี้ยอย่างเดียว ดังนั้น เราจึงเห็นโฆษณาให้กู้เงินด่วนในลักษณะนี้อยู่ทั่วทุกหัวถนน

อย่างไรก็ตาม แม้การปล่อยกู้แบบนี้จะทำเงินได้มากและง่าย แต่ก็เป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นนิติกรรมอำพราง เพราะเจตนาจริง ๆ คือสัญญากู้เงิน แต่อำพรางด้วยสัญญาเช่าซื้อสินค้า ที่ฝ่ายผู้ให้กู้ได้รับดอกเบี้ยสูงถึง 50 % ในช่วงเวลา 10 เดือน ซึ่งการกระทำเช่นนี้เจ้าหนี้จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475

เรื่องนี้จึงเป็นนิติกรรมอำพราง เพราะเจตนาจริง ๆ คือสัญญากู้เงิน แต่ถูกอำพรางด้วยสัญญาเช่าซื้อสินค้า ที่ฝ่ายผู้ให้กู้ได้รับดอกเบี้ยสูงถึง 50 % ในช่วงเวลา 10 เดือน ซึ่งการกระทำเช่นนี้เจ้าหนี้จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ซึ่งทางคณะกรรมการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบระดับชาติ ก็กำลังติดตามจัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบกลุ่มอยู่เช่นกัน

Be the first to comment on "กู้เงินนอกระบบ"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*